مقالات

ผู้ใด(มีชีวิตอยู่)จนเข้าสู่เดือนเราะญับ ดังนั้นจงอาบน้ำฆุซุล(มุสตะฮับ)ในวันที่หนึ่งของเดือน / วันที่สิบห้าของเดือน และวันสุดท้ายของเดือน (ผลบุญคือ) บาปต่างๆของเขาจะหลุดออกไป เหมือนวันที่มารดาของเขาได้คลอดเขาออกมา
ผู้ใด(มีชีวิตอยู่)จนเข้าสู่เดือนเราะญับ ดังนั้นจงอาบน้ำฆุซุล(มุสตะฮับ)ในวันที่หนึ่งของเดือน / วันที่สิบห้าของเดือน และวันสุดท้ายของเดือน (ผลบุญคือ) บาปต่างๆของเขาจะหลุดออกไป เหมือนวันที่มารดาของเขาได้คลอดเขาออกมา
โอ้ผู้ที่ข้าฯมุ่งหวังยังพระองค์ในทุกๆความดีงามและข้าฯแสวงหาความปลอดภัยจากความโกรธกริ้วของพระองค์ที่มีต่อความชั่วร้ายทั้งมวล
โอ้ผู้ที่ข้าฯมุ่งหวังยังพระองค์ในทุกๆความดีงามและข้าฯแสวงหาความปลอดภัยจากความโกรธกริ้วของพระองค์ที่มีต่อความชั่วร้ายทั้งมวล
ลัยละตุลเราะฆออิบ (ค่ำคืนแห่งความมุ่งหวัง) เป็นค่ำคืนพิเศษหนึ่ง ในเดือนที่พิเศษรอญับ คือค่ำวันศุกร์แรกของเดือนรอญับ
ลัยละตุลเราะฆออิบ (ค่ำคืนแห่งความมุ่งหวัง) เป็นค่ำคืนพิเศษหนึ่ง ในเดือนที่พิเศษรอญับ คือค่ำวันศุกร์แรกของเดือนรอญับ
   วันหนึ่งท่านนบีได้เข้ามาในบ้านและได้ยินเสียงสนทนาของท่านหญิง จึงได้ถามขึ้นว่า”โอ้คอดียะฮเจ้าพูดคุย สนทนากับใครกันหรือ?” ท่านหญิงได้ตอบกับท่านนบีว่า”บุตรน้อยในครรภ์ของดิฉันได้พูดคุย หยอกล้อกับฉัน” ท่านนบีได้กล่าวต่อกับท่านหญิงว่า “โอ้คอดียะฮ ท่านญิบรออีลได้มาแจ้งข่าวดีกับฉันว่า ทารกในครรภ์นั้นเป็นเพศหญิงที่เต็มไปด้วย รัศมีและความบริสุทธิ์ และบรรดาอิมามผู้สืบทอดตำแหน่งจากฉัน ก็จะมาจากทารกน้อยผู้นี้”
   วันหนึ่งท่านนบีได้เข้ามาในบ้านและได้ยินเสียงสนทนาของท่านหญิง จึงได้ถามขึ้นว่า”โอ้คอดียะฮเจ้าพูดคุย สนทนากับใครกันหรือ?” ท่านหญิงได้ตอบกับท่านนบีว่า”บุตรน้อยในครรภ์ของดิฉันได้พูดคุย หยอกล้อกับฉัน”
 การระมัดระวังตนในการปฏิสัมพันธ์กับชายที่แปลกหน้า(เพศตรงข้าม)ในลักษณะเช่นนี้เป็นอุปนิสัยและมารยาทที่ติดกายของท่านหญิงฟาฏิมะฮ์อัซซะรอ(ซ.) ตลอดมา
 การระมัดระวังตนในการปฏิสัมพันธ์กับชายที่แปลกหน้า(เพศตรงข้าม)ในลักษณะเช่นนี้เป็นอุปนิสัยและมารยาทที่ติดกายของท่านหญิงฟาฏิมะฮ์อัซซะรอ(ซ.) ตลอดมา
ท่านศาสดามุฮัมมัด(ซล) กล่าวว่า  "ฟาฏิมะฮ์คือ ส่วนหนึ่งของฉัน ใครที่ทำให้นางโกรธ ก็เท่ากับทำให้ฉันโกรธ" (หนังสือ บุคอรี บาบ มุนากิบ ฟาฏิมะฮ์ เลขที่ 3714)
ท่านศาสดามุฮัมมัด(ซล) กล่าวว่า  "ฟาฏิมะฮ์คือ ส่วนหนึ่งของฉัน ใครที่ทำให้นางโกรธ ก็เท่ากับทำให้ฉันโกรธ" (หนังสือ บุคอรี บาบ มุนากิบ ฟาฏิมะฮ์ เลขที่ 3714)
เดือนซอฟัร เป็นเดือนแห่งความโศกเศร้าเนื่องจากในประวัติศาสตร์ เดือนนี้มีเหตุการณ์สำคัญที่น่าเศร้าเกิดขึ้นกับโลกมุสลิมหลายเหตุการณ์ นับตั้งแต่ต้นเดือนที่มุสลิมยังไม่คลายความโศกเศร้าจากเหตุการณ์วันอาชูรอ มุสลิมที่รักอิมามฮุเซน(อ.) จะยังอยู่ในช่วงการไว้อาลัยต่ออิมามฮุเซน(อ.) มาจนถึงวันที่ 20 ซอฟัร ซึ่งตรงกับวันอัรบะอีน
เดือนซอฟัร เป็นเดือนแห่งความโศกเศร้าเนื่องจากในประวัติศาสตร์ เดือนนี้มีเหตุการณ์สำคัญที่น่าเศร้าเกิดขึ้นกับโลกมุสลิมหลายเหตุการณ์ นับตั้งแต่ต้นเดือนที่มุสลิมยังไม่คลายความโศกเศร้าจากเหตุการณ์วันอาชูรอ มุสลิมที่รักอิมามฮุเซน(อ.)
อัรบะอีน เป็นคำภาษาอาหรับ แปลว่า "สี่สิบ" สำหรับมุสลิมชีอะฮ์ อัรบะอีน คือวาระครบรอบ 40 วัน หลังเหตุการณ์แห่งอาชูรอหรือการพลีชีพและถูกตัดศีรษะของอิมามฮุเซน (อ.) หลานชายของศาสดามุฮัมมัด(ศ.) ซึ่งตรงกับวันที่ 20 ซอฟัร เป็นอีกวันหนึ่งเพื่อการรำลึกถึงอิมามฮุเซน(อ.) และผู้สนับสนุนท่านอีก 72 คนที่พลีชีพในสงครามแห่งกัรบะลา ระยะเวลา 40 วัน คือช่วงเวลาแห่งความเศร้าโศกตามวัฒนธรรมของมุสลิม
อัรบะอีน เป็นคำภาษาอาหรับ แปลว่า "สี่สิบ" สำหรับมุสลิมชีอะฮ์ อัรบะอีน คือวาระครบรอบ 40 วัน หลังเหตุการณ์แห่งอาชูรอหรือการพลีชีพและถูกตัดศีรษะของอิมามฮุเซน (อ.) หลานชายของศาสดามุฮัมมัด(ศ.) ซึ่งตรงกับวันที่ 20 ซอฟัร เป็นอีกวันหนึ่งเพื่อการรำลึกถึงอิมามฮุเซน
ในอัสบาบุลนุซูลได้กล่าวว่า คนยากจนคนหนึ่งได้เข้ามาในมัสญิดนบี และได้ขอความช่วยเหลือจากประชาชนแต่ไม่มีใครให้ความช่วยเหลือแก่เขา ท่านอิมามอะลี (อ.) ได้แสดงสัญลักษณ์แก่เขาขณะที่ท่านกำลังทำรุกูอฺอยู่ และท่านได้บริจาคแหวนของท่านแก่เขาหลังจากนั้นโองการอัล-กุรอานดังกล่าวได้ถูกประทานลงมาให้เพื่อเป็นเกียรติกับท่านอิมามอะลี (อ.)
ในอัสบาบุลนุซูลได้กล่าวว่า คนยากจนคนหนึ่งได้เข้ามาในมัสญิดนบี และได้ขอความช่วยเหลือจากประชาชนแต่ไม่มีใครให้ความช่วยเหลือแก่เขา ท่านอิมามอะลี (อ.) ได้แสดงสัญลักษณ์แก่เขาขณะที่ท่านกำลังทำรุกูอฺอยู่ และท่านได้บริจาคแหวนของท่านแก่เขา
ประเด็นดังกล่าวเป็นที่ทราบกันดีทั้งสุนีและชีอะฮฺว่า ท่านหญิงฟาฏิมะฮฺ (อ.) เป็นหนึ่งในบุคคลที่ซูเราะฮฺ هل اتىได้ประทานลงมาให้โดยมีความเห็นพร้องตรงกัน
ประเด็นดังกล่าวเป็นที่ทราบกันดีทั้งสุนนีและชีอะฮฺว่า ท่านหญิงฟาฏิมะฮฺ (อ.) เป็นหนึ่งในบุคคลที่ซูเราะฮฺ هل اتىได้ประทานลงมาให้โดยมีความเห็นพร้องตรงกัน
ริวายะฮฺทั้งสุนนีและชีอะฮฺได้กล่าวว่า الْيَوْمَ أَكْمَلْتُ لَكُمْ دِينَكُمْ ได้ถูกประทานลงมาภายหลังจากที่ได้แต่งตั้งท่านอิมามอะลี(อ.)ให้เป็นตัวแทนของท่านศาสดา และดำรงตำแหน่งอิมามเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ณ ฆ่อดีรฺคุม
ริวายะฮฺทั้งสุนนีและชีอะฮฺได้กล่าวว่า الْيَوْمَ أَكْمَلْتُ لَكُمْ دِينَكُمْ ได้ถูกประทานลงมาภายหลังจากที่ได้แต่งตั้งท่านอิมามอะลี(อ.)ให้เป็นตัวแทนของท่านศาสดา และดำรงตำแหน่งอิมามเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ณ ฆ่อดีรฺคุม
จากริวายะฮฺทั้งสุนนีและชีอะฮฺได้รายงานว่า จุดประสงค์ของถ้อยคำที่ท่านศาสดาอาดัม ได้เรียนรู้และได้ทำการเตาบะฮฺด้วยกับถ้อยคำนั้นคือ การตะวัสซุลไปยังสิ่งถูกสร้างที่ดีและประเสริฐที่สุดของอัลลอฮฺ (ซบ.) นั้นคือท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ็อลฯ) และอะหฺลุบัยตฺของท่าน
จากริวายะฮฺทั้งสุนนีและชีอะฮฺได้รายงานว่า จุดประสงค์ของถ้อยคำที่ท่านศาสดาอาดัม ได้เรียนรู้และได้ทำการเตาบะฮฺด้วยกับถ้อยคำนั้นคือ การตะวัสซุลไปยังสิ่งถูกสร้างที่ดีและประเสริฐที่สุดของอัลลอฮฺ (ซบ.) นั้นคือท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ็อลฯ) และอะหฺลุบัยตฺของท่าน
ดังนั้นผู้ใดที่โต้เถียงเจ้าในเรื่องของเขา (อีซา) หลังจากที่ได้มีความรู้มายังเจ้าแล้ว จงกล่าวเถิดว่า ท่านทั้งหลายจงมาเราก็จะเรียกลูก ๆ ของเรา และลูกของพวกท่านและเรียกบรรดาผู้หญิงของเรา และบรรดาผู้หญิงของพวกท่าน และตัวของพวกเรา และตัวของพวกท่าน และเราก็จะการสาบถกัน (ต่ออัลลอฮฺ) ด้วยความนอบน้อม โดยที่เราจะขอให้การสาปแช่งของอัลลอฮฺ พึงประสบแก่บรรดาผู้ที่พูดโกหก
โองการที่ ๖๑ ซูเราะฮฺอาลิอิมรอน กล่าวถึงกลุ่มชนที่เป็นตัวแทนของสัจธรรมในการกล่าวสาบถถึงความสัตย์จริงของอิสลามกับพวกนัศรอนีซึ่งผู้ที่พ่ายแพ้ในวันนี้จะได้รับการสาปแช่งจากอัลลอฮฺในฐานะของผู้อธรรมและพูดโกหก และในวันนั้นท่านศาสดา (ศ็อลฯ) ได้พาท่านหญิงฟาฏิมะฮฺ
โองการที่ ๒๓ ซูเราะฮฺอัชชูรอ กล่าวถึง สิทธิของความรักที่มวลมนุษย์ต้องมอบให้กับอะฮ์ลุลบัยต์ (อ.) ทายาทชั้นใกล้ชิด (กุรฺบา) ของท่านศาสดา (ศ็อลฯ) ตามบัญชาของอัลลอฮฺ
โองการที่ ๒๓ ซูเราะฮฺอัชชูรอ กล่าวถึง สิทธิของความรักที่มวลมนุษย์ต้องมอบให้กับอะฮ์ลุลบัยต์ (อ.) ทายาทชั้นใกล้ชิด (กุรฺบา) ของท่านศาสดา (ศ็อลฯ) ตามบัญชาของอัลลอฮฺ
โองการที่ ๓๓ ซูเราะฮฺอัลอะฮ์ซาบ กล่าวถึง ความบริสุทธิ์ของอะฮ์ลุลบัยต์ (อ.) ในฐานะของผู้ที่เป็นมะฮฺซูมปราศจากความผิดบาป
โองการที่ ๓๓ ซูเราะฮฺอัลอะฮ์ซาบ กล่าวถึง ความบริสุทธิ์ของอะฮ์ลุลบัยต์ (อ.) ในฐานะของผู้ที่เป็นมะฮฺซูมปราศจากความผิดบาป
ความรักในทัศนะของอิสลาม ว่าจริงๆ แล้วความรักที่แท้จริง ซึ่งธรรมชาติของมนุษย์โหยหาอยู่ลึกๆ ภายในนั้นคืออะไร ความรักที่เป็นนิรันดร เป็นรากฐานแห่งการใช้ชีวิตอย่างสมบูรณ์แบบในทุกๆ สังคม และจะนำมาซึ่งความผาสุขทั้งในโลกนี้ และโลกหน้า คือความรักแบบไหน
14 กุมภาพันธ์ คือวันแห่งความรัก ที่ทั่วทั้งโลกจะให้ความสำคัญกับวันแห่งความรักนี้ คือวันวาเลนไทน์
สัญญาณต่างๆ ของการปรากฏตัว (ซุฮูร) ของอิมามมะฮ์ดี (อ.ญ.) จะช่วยให้เกิดความรอบคอบในการมองการณ์ไกลไปในอนาคตในสังคมแห่งการรอคอยการมาของอิมามมะฮ์ดี (อ.ญ.) และจะช่วยเสริมสร้างความรู้และความเข้าใจแก่พวกเขาเกี่ยวกับสถานการณ์ต่างๆ ของโลกเพิ่มมากขึ้น
สัญญาณต่างๆ ของการปรากฏตัว (ซุฮูร) ของอิมามมะฮ์ดี (อ.ญ.) จะช่วยให้เกิดความรอบคอบในการมองการณ์ไกลไปในอนาคตในสังคมแห่งการรอคอยการมาของอิมามมะฮ์ดี (อ.ญ.) และจะช่วยเสริมสร้างความรู้และความเข้าใจแก่พวกเขาเกี่ยวกับสถานการณ์ต่างๆ ของโลกเพิ่มมากขึ้น
คัมภีร์อัลกุรอานจะให้การช่วยเหลือมนุษย์ในทุกๆ สภาพการณ์ และไม่เคยทอดทิ้งเขาให้อยู่อย่างเดียวดายในทุกๆ สถานการณ์ การยึดมั่นต่อคัมภีร์อัลกุรอานจะทำให้เกิดความสงบมั่น ความรอดพ้น เกิดความหวัง แสงสว่างและกำลังใจ และจะเป็นสาเหตุทำให้มนุษย์หลุดพ้นจากความสับสนและความกังวลใจ มนุษย์จะไม่ประสบกับความสิ้นหวังและความพ่ายแพ้ ส่วนหนึ่งจากกรณีต่างๆ ที่มนุษย์จะต้องเข้าพึ่งพิงภายใต้แสงแห่งรัศมีของคัมภีร์อัลกุรอาน นั่นคือ ในช่วงเวลาที่มีปรากฏการณ์อันแสนขมขื่น เหตุการณ์และความทุกข์ยากต่างๆ เกิดขึ้น เหตุการณ์และปรากฏการณ์ต่างๆ
คัมภีร์อัลกุรอานจะให้การช่วยเหลือมนุษย์ในทุกๆ สภาพการณ์ และไม่เคยทอดทิ้งเขาให้อยู่อย่างเดียวดายในทุกๆ สถานการณ์ การยึดมั่นต่อคัมภีร์อัลกุรอานจะทำให้เกิดความสงบมั่น ความรอดพ้น เกิดความหวัง แสงสว่างและกำลังใจ
ท่านหญิงฟาติมะฮ์(อ)ที่ท่านได้อบรมดูแลลูกทุกคนของท่านด้วยตนเอง ลูกทุกคนจึงได้เติบโตมาในอ้อมกอดอันอบอุ่นของท่าน เติบโตมาในบรรยากาศที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักความผูกพันและแบบอย่างที่ดีงาม
ท่านหญิงฟาติมะฮ์(อ)ที่ท่านได้อบรมดูแลลูกทุกคนของท่านด้วยตนเอง ลูกทุกคนจึงได้เติบโตมาในอ้อมกอดอันอบอุ่นของท่าน เติบโตมาในบรรยากาศที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักความผูกพันและแบบอย่างที่ดีงาม
อย่าบังคับเด็กให้มีความประพฤติแบบเดียวกับท่าน เพราะจริงๆแล้วช่วงเวลาที่พวกเขาถูกสร้างมานั้นแตกต่างจากเวลาของท่าน
อย่าบังคับเด็กให้มีความประพฤติแบบเดียวกับท่าน เพราะจริงๆแล้วช่วงเวลาที่พวกเขาถูกสร้างมานั้นแตกต่างจากเวลาของท่าน

หน้า