ประเทศใดที่เป็นไปได้ ในการก่อสงครามโลกครั้งที่สาม?
ประเทศใดที่เป็นไปได้ ในการก่อสงครามโลกครั้งที่สาม?
หนึ่งในประเทศที่มีจิตวิญญาณของความกระหายสงครามและมีศักยภาพสูงในการจุดไฟสงคราม และมีประวัติศาสตร์มายาวนานในเรื่องนี้ นั่นก็คือสหรัฐอเมริกา ซึ่งหากเราต้องการตรวจสอบว่าประเทศนี้มีปัญหากับประเทศใดบ้างและอาจเป็นผู้จุดประกายหลักของสงครามแล้ว จำเป็นที่เราจะต้องกล่าวว่า หากเราไม่ดำเนินนโยบายต่างๆ ที่สอดคล้องกับประเทศนี้แล้วไม่ต้องสงสัยเลยว่าประเทศนี้จะมีปัญหากับพวกท่านอย่างแน่นอน
ตลอดระยะเวลาห้าสิบปีที่ผ่านมาอเมริกาเป็นผู้ตัดสินใจในปัญหาต่างๆ ที่สำคัญทั้งหมดของโลก และน่าอนาถใจที่บางบางประเทศอนุรักษ์นิยมของโลกอาหรับได้หันมาเดินตามในโยบายต่างๆ ของวอชิงตัน ทำนองเดียวกันนี้ ความตึงเครียดระหว่างสองประเทศคือเกาหลีเหนือและอเมริกา ก็อาจจะเป็นอีกปัจจัยหนึ่งสำหรับการเริ่มต้นของสงครามโลกครั้งที่สามขึ้นในโลกได้ ซึ่งจะมีผลพวงต่างๆ ในการทำลายล้างเกิดขึ้นทั่วโลก และแน่นอนว่าจะไม่มีประเทศที่ทรงอำนาจใดๆ ของโลกจะปลอดภัยจากมัน ความขัดแย้งที่มีกับรัสเซียและอิหร่าน หรือการกรีฑาทัพเข้าไปในภูมิภาคตะวันออกกลางก็เป็นอีกการคาดเดาหนึ่งที่บรรดานักวิเคราะห์ได้ประเมินไว้เกี่ยวกับเรื่องนี้
ซาอุดีอาระเบียเป็นอีกประเทศหนึ่งที่ได้แสดงความดึงดันและความอุกอาจอย่างมากออกมาให้เห็น และกำลังเดินเกมด้วยนโยบายหยาบๆ แบบเด็กๆ
นักข่าวผู้มีชื่อเสียงของอาหรับได้วิพากษ์วิจารณ์วิธีการของบรรดาผู้ปกครองซาอุดิอาระเบียโดยเขียนว่า : กษัตริย์อับดุลลอฮ์ที่ 2 แห่งจอร์แดนได้กล่าวไปยังสมาชิกสภาคองเกรสของสหรัฐอเมริกาเมื่อสองเดือนที่ผ่านมาว่า "สงครามโลกครั้งที่ 3" กำลังจะเกิดขึ้นในภูมิภาค (ตะวันออกกลาง) เราไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องห่างไกลเกินจริง เนื่องจากซาอุดิอาระเบียและกษัตริย์ของประเทศนี้กำลังเตรียมพื้นฐานไปในทิศทางดังกล่าว
เขาได้กล่าวเสริมในรายงานนี้ว่า : สิ่งสำคัญที่เราจะต้องตระหนักว่า กษัตริย์จอร์แดนผู้นี้เป็นบุคคลแรกที่ประมาณสิบปีที่ผ่านมาได้พูดถึงภัยคุกคามของ "จันทร์เสี้ยวชีอะฮ์" และขณะนี้เรากำลังมองเห็นจันทร์เสี้ยวนี้กำลังสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนในความขัดแย้ต่างๆ ทางด้านมัซฮับ (นิกาย) ที่กำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้ในสงครามซีเรียและเยเมน สงครามในอนาคตของอิรักและการต่อสู้โดยทางอ้อมในเลบานอน
นักข่าวอาหรับผู้นี้เชื่อว่า สงครามในเดือนมิถุนายน 1967 (สงคราม 6 วัน ยิวกับกลุ่มประเทศอาหรับ) ได้เกิดขึ้นเนื่องจากสองเกาะ คือเกาะติรานและเกาะซานาฟีร์ และการตัดสินใจของกามาล อับเดลนัสเซอร์ อดีตประธานาธิบดีอียิปต์ ในการปิดทางน้ำที่ตั้งอยู่ใกล้เคียงกับเกาะทั้งสองจากเรือต่างๆ ของอิสราเอล แต่เราไม่คิดว่าสงครามโลกครั้งที่สามจะเปิดฉากขึ้นเนื่องจากการปิดทางน้ำของบริเวณเกาะทั้งสองนี้จากอิสราเอล แต่ทว่าบางทีอาจจะเป็นเรื่องกลับกัน กล่าวคือ เกาะทั้งสองนี้จะกลายเป็นสะพานสำหรับการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่าง "กลุ่มชาตินิยมซุนนีแห่งซาอุดิอาระเบีย” และ "กลุ่มชาตินิยมชาวยิว" เพื่อที่จะจัดการกับ "ชาตินิยมชีอะฮ์แห่งเปอร์เซีย (อิหร่าน)" ในช่วงเวลานี้เป็นเรื่องที่ไม่ไกลเกินจริง เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การคาดการณ์ของเราในครั้งนี้จะเป็นเรื่องที่ผิดพลาด (อย่าได้เป็นจริงขึ้นมาเลย)
ในอีกด้านหนึ่ง เมื่อพิจารณาถึงกรณีที่โดยภาพรวมแล้วซาอุดิอาระเบียได้ประสบกับความปราชัยในแผนการสร้างกลุ่มดาอิช (ISIS) และขณะนี้ก็กำลังอยู่ในการทำสงครามกับเพื่อนบ้านของตนเอง (คือเยเมน) บางทีไม่ใช่เรื่องห่างไกลความจริงนักที่เรากำหนดประเทศนี้อยู่ในส่วนหัวของรายชื่อบรรดาประเทศที่จะจุดไฟสงคราม
แต่จะเป็นไปได้หรือที่ลีสต์รายชื่อสีดำจะถูกนำเสนอโดยที่ไม่มีชื่อของระบอบไซออนิสต์อยู่ในนั้น ด้วยกับดำเนินนโยบายต่างๆ ที่ซับซ้อนของเทลอาวีฟได้ทำให้ตลาดต่างๆ ที่สำคัญที่สุดของโลกมาอยู่ในอำนาจครอบครองของตน และโดยอาศัยล็อบบี้ยิสต์ที่ทรงอิทธิพลในสหรัฐฯ โดยทำให้ประเทศนี้กลายเป็นพันธมิตรที่เชื่อฟัง แต่เมื่อพิจารณาถึงสถานการณ์ในภูมิภาคและการที่ระบอบนี้จะรักษาสถานะการดำรงอยู่ของตนเอาไว้ได้โดยอาศัยการก่อสงครามนั้น จึงเป็นเรื่องที่ไม่ไกลจากความคิดนักที่ระบอบนี้ (อิสราเอล) จะเป็นผู้เริ่มต้นสงครามโลกครั้งที่ 3
อิสราเอลมีเป้าหมายทางภูมิศาสตร์เชิงกลยุทธ์อย่างหนึ่ง คือความไร้เสถียรภาพของตะวันออกกลางและต้องการทำลายประเทศอาหรับทั้งหลายในตะวันออกกลางลง และมันได้เริ่มต้นแผนการของมันแล้วในประเทศซีเรีย
พวกเขาต้องการที่จะทำให้ตะวันออกกลางแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ด้วยการเปลี่ยนประเทศใหญ่ๆ อย่างเช่นซีเรียให้เป็นประเทศเล็กๆ ตามชาติพันธุ์และนิกายทางศาสนา สิ่งนี้อย่างน้อยที่สุดได้เริ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงเวลาของการนำเสนอแผนของ “โอเด็ด ยิโนน” ผู้เป็นนักยุทธศาสตร์ตัวเอ้ของอิสราเอล ในทศวรรษที่ 70 ความไร้เสถียรภาพในภูมิภาคตะวันออกกลางในขณะนี้ส่วนใหญ่เกิดจากแผนการของอิสราเอล เป็นส่วนหนึ่งจากแผนการที่รู้จักกันดีในนาม “การทำลายล้าง 7 ประเทศ ในระยะเวลา 5 ปี" ตามคำพูดของนายพลเวสลีย์ คลาร์ก แผนของกลุ่มอนุรักษ์นิยมใหม่ (Neoconservative) หลังจากเหตุการณ์การโจมตี 11 กันยายน
อย่างไรก็ตามในที่นี้เราได้ชี้ถึงบรรดาตัวการสำคัญและผู้ที่จะเริ่มต้นสงครามเพียงเท่านั้น แน่นอนว่าประเทศเหล่านี้มีพันธมิตรที่พร้อมจะรับผิดชอบหน้าที่นี้โดยอาศัยการโน้มน้าวด้วยกับปัจจัยต่างๆ ทางวัตถุ
ที่มา : YJC
ขอขอบคุณเว็บไซต์ islamicstudiesth.com
แสดงความเห็น