บรรยายธรรมมุฮัรรอม (3) ความอมตะของวีรกรรมแห่งกัรบะลา
บรรยายธรรมมุฮัรรอม (3) ความอมตะของวีรกรรมแห่งกัรบะลา
โดยฮุจญตุลอิสลาม ซัยยิดสุไลมาน ฮุซัยนี
ทำไมวีรกรรมแห่งกัรบะลา จึงเป็นอมตะ
พวกเราทุกคนสามารถที่จะรับรู้ได้ว่า ทำไมเมื่อเดือนมุฮัรรอมมาถึง จิตใจของพวกเราก็เปลี่ยนไป จิตใจของพวกเรามันเร่าร้อน เรามีความกระตือรือร้น เมื่อเราเสียใจ เราก็เสียใจเหมือนกับเหตุการณ์เพิ่งเกิดขึ้นมาเมื่อวานนี้ หรือเหตุการณ์เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อตะกี้นี้เอง
ทำไมเรามีความรู้สึก เมื่อได้รับรู้เรื่องราวต่างๆเหมือนกับเราอยู่ในเหตุการณ์นั้น ความเป็นอมตะของมันก็ไม่ได้เป็นอมตะแบบเย็นชา มันเป็นความอมตะแบบที่เร่าร้อน
แน่นอน มีปัจจัยมากมายที่เราจะต้องรับรู้และสัมผัสเรื่องราวนี้ให้ได้อย่างลึกซึ้ง เพราะทุกวีรกรรม ทุกวาทกรรมจะต้องทำความเข้าใจแบบวิเคราะห์เจาะลึก
ดังนั้น เราจะต้องศึกษา ค้นคว้า ทำความเข้าใจ และนำความเข้าใจอันนั้นมาสู่บริบทแห่งการปฏิบัติ แห่งการหล่อหลอมตัวของเราทุกๆคนให้มีจิตวิญญาณเดียวกับจิตวิญญาณที่เคยเกิดขึ้น ณ แผ่นดินกัรบาลา และขบวนการปฏิวัติของท่านอิมามฮุเซน(อ)
ในค่ำคืนนี้ เราจะมาทำความเข้าใจประโยคหนึ่งว่า ท่านอิมามฮุเซน(อ)นั้นจะสื่อสาส์นอะไรกับเรา และในประโยคต่างๆนั้นซึ่งจริงๆแล้วเราเรียกว่าฮะดิษนั้น
คำพูดของท่านอิมามฮุเซน(อ)ก็คือฮะดิษบทหนึ่ง มันจะให้คำตอบต่างๆมากมายว่า....
"ทำไมวีรกรรมวีรกรรมที่กัรบาลา จึงเป็นอมตะ"
บรรดาอุลามาอ์พยายามเก็บรวบรวมทุกแง่มุมของคำกล่าวนี้
หนึ่งในเหตุผล ที่บรรดาอาเล็มอุลามาอ์ให้ก็คือ การเคลื่อนไหวของขบวนการนี้ นั้นคือการเคลื่อนไหวอย่างรู้แจ้งเห็นจริงในทุกฝีก้าว รู้ชะตากรรม รู้อนาคต รู้ในสิ่งที่จะเกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์ วีรกรรมอันนี้ไม่ได้เกิดจากการบีบบังคับของสถานการณ์ หลายๆวีรกรรมที่เราลุกขึ้นสู้เพราะเราถูกบีบคั้นเราถูกบังคับให้สู้ก่อน แต่วีรกรรมนี้ไม่ใช่
วีรกรรมนี้เป็นการร้อยเรียงอย่างสวยงาม ร้อยมาตั้งแต่จากอัลลอฮ์ (ซ.บ) จนมาถึง
ท่านรอซูลลอฮ์(ศ)
ดังนั้น หนึ่งในเหตุผลที่จะทำให้วีรกรรมเป็น “อมตะ”
การต่อสู้เป็นอมตะ ผลงานของมนุษย์เป็นอมตะ คือ การทำสิ่งหนึ่งสิ่งใด การเคลื่อนไหวอย่างรู้แจ้งเห็นจริง ทั้งในผลในเป้าหมายในคำตอบทุกสิ่งทุกอย่าง
วีรกรรมอันยิ่งใหญ่ที่ทุกๆคำพูดได้บอกเรื่องราวต่างๆอย่างมากมาย ซึ่งก่อนหน้าที่
ท่านอิมามฮุเซน(อ)จะพูดฮะดิษนี้ออกมา ท่านก็ได้พูดฮะดิษต่างๆมากมายที่ชี้ให้เห็นว่า การเคลื่อนไหวอันนี้นั้นเกิดขึ้นอย่างรู้ ในทุกเหตุการณ์ ทุกการเคลื่อนไหว รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ย่างไปทุกฝีก้าวด้วยความมั่นใจ ย่างไปอย่างรู้แจ้งเห็นจริงในทุกๆเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น
ในริวายัต(รายงาน)ได้กล่าวเอาไว้ว่า ท่านอิมามฮุเซน(อ)นั้น ไปถึงกัรบาลาอฺในวันที่ 2 ของเดือนมุฮัรรอม เมื่อท่านไปถึงจุดหนึ่งและเริ่มถูกปิดล้อมท่านก็ได้ถามคนที่อยู่ในพื้นอันนั้น ในบางบันทึกประวัติศาสตร์บอกว่า เป็นชนเผ่าบนีอะซัด
อิมามฮุเซน(อ) ถามว่า แผ่นดินตรงนี้นั้นเขาเรียกว่าแผ่นดินอะไร?
เบื้องต้นก็บอกว่า...ชื่อ กอดิซิยะฮ์
อิมามฮุเซน(อ) ก็ถามอีกว่า มีชื่ออื่นอีกไหม ?
คนๆนั้นก็บอกว่าชื่อ นัยนาวา
ซึ่งรากศัพท์นั้นมาจากภาษาเปอร์เซีย หรือภาษาฟาร์ซี
และอิมามฮุเซน(อ)ถามว่า แล้วชื่ออื่นมีอีกไหม?
ซึ่งอิมามฮุเซน(อ)ก็รู้อยู่แล้ว แต่ถามว่าทำไมท่านจึงถาม (เพราะความรู้ของอะอิมมะฮ์ไม่ต้องถามใครก็ได้ในโลกนี้)
ท่านถามเพื่อที่จะทิ้งสาส์นไว้กับเราว่า... ฉันรู้ในทุกเหตุการณ์ เพราะถึงแม้ว่าเรามีหลักฐานยืนยันว่ารู้ทุกเหตุการณ์ และเมื่อถามอีกครั้งหนึ่ง....
เขาก็บอกว่ามีอีกชื่อหนึ่ง เรียกว่า “กัรบะลา”
เมื่อท่านอิมามฮุเซน(อ)ได้ยินคำว่า “กัรบะลา “ อิมามฮุเซนก็ได้เปิดเผยสิ่งหนึ่งในสิ่งที่ท่านนั้นได้รู้ไว้ล่วงหน้า ซึ่งท่านได้บอกว่า
ﺍﻟﻠَّﻬُﻢَّ ﺇِﻧِّﻲ ﺃَﻋُﻮﺫُ ﺑِﻚَ ﻣِﻦَ ﺍﻟْﻜَﺮْﺏِ ﻭَ ﺍﻟْﺒَﻠَﺎﺀِ
(โอ้อัลลอฮ์ ขอความคุ้มครองจากพระองค์ให้พ้นจากกัรบ์บาลา )
คำว่า “ กัร “เป็นคำๆหนึ่ง คำว่า “ บะลา “ ก็เป็นคำอีกคำหนึ่ง
“ บะลา “ ความหมายคือ การทดสอบ
“กัรบ์ “ คือความทุกข์ยาก ความเจ็บปวด ความยากลำบาก
ชาวอาหรับใช้คำว่า ” กัรบ์ บะลา “ คือ การทดสอบ แผ่นดินนี้เกิดขึ้นมาจากคำสองคำว่า กัรบะลา แผ่นดินที่ทดสอบด้วยทุกข์ยาก ความยากเข็ญ
ท่านได้ลงจากหลังม้าและกล่าวว่า “ฮาซา เมาฎิอุ กัร วัลบะลา” ตรงนี้จะเป็นจุดที่การทดสอบที่ยากลำบากนั้นจะเกิดขึ้น
“ฮาฮุนา มะฮัฏฏอริ ฮารินา” ตรงนี้แหละเป็นที่เสบียงของเราลง ตรงนี้แหละเป็นที่พัก
“วาฮาฮุนา มัสฟิกุ ดิมาอินา ”และตรงนี้แหละคือที่ ที่จะหลั่งเลือดของพวกเรา
“วาฮาฮุนา มะฮัลลุ กุบูรลินา” และที่นี่แหละจะเป็นสถานที่ ที่ฝังพวกเรา
“อินซุลู” พวกเรานั้นจงลงมาจากพาหนะเถิด
ที่นี่แหละที่พวกเราจะต้องถูกทดสอบ
ที่นี่แหละที่เลือดของเราจะถูกหลั่ง
ที่นี่แหละที่จะเป็นสุสานของเรา
และปิดท้ายฮาดิษบทนี้ว่า
…
ﺑِﻬَﺬَﺍ ﺣَﺪَّﺛَﻨِﻲ ﺟَﺪِّﻱ ﺭَﺳُﻮﻝُ ﺍﻟﻠَّﻪ
นี่คือ สิ่งที่ตาของฉันรอซูลุลลอฮ์(ศ)นั้นได้บอกเอาไว้ ได้กล่าวเอาไว้
วีรกรรมอันนี้ โศกนาฏกรรมอันนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากสถานการณ์บีบบังคับให้ต้องไปสู้ตรงนั้น และมันมีอีกเป็นพันรายละเอียดว่า ทุกย่างก้าวในการเคลื่อนไหวของขบวนการปฏิวัติอันนี้นั้นรู้อย่างละเอียด
อิมามฮุเซน(อ)ท่านนั้นรู้มากที่สุด รู้อย่างสมบูรณ์ แม้กระทั่งบรรดาอัซฮาบก็รู้ รู้ถึงจุดจบรู้ถึงเป้าหมาย และสิ่งที่จะเกิดขึ้นอาจจะน้อยกว่าบรรดาอะฮ์ลุลบัยต์(อ)
ท่านหญิงซัยหนับ(ซ)จะไม่รู้ได้อย่างไรว่าเหตุการณ์เหล่านี้จะต้องเกิดขึ้น เมื่อวันที่ท่านแต่งงานกับท่านอับดุลลอฮ์ บิน ญะอ์ฟัร ท่านได้วางหนึ่งเงื่อนไขของการแต่งงานว่า
“ฉันจะแต่งงานกับท่าน ฉันจะเป็นภรรยาที่ดีต่อท่าน ฉันจะตออัตต่อท่านทุกอย่าง แต่ขออย่างเดียวว่า วันไหนก็แล้วแต่ที่อิมามฮุเซน(อ)ต้องเดินทางไกล ท่านจะต้องอนุญาตให้ฉันร่วมเดินทางกับท่านอิมามฮุเซน(อ)”
แม้แต่ท่านหญิงซัยหนับ (ซ) ก็รู้แล้วว่าวีรกรรมนี้จะต้องเกิดขึ้น
ท่านหญิงซัยหนับ (ซ) คือส่วนหนึ่งของวีรกรรม เราจะเห็นได้ว่า เมื่อท่านหญิงจะออกเดินทาง อูนกับมุฮัมมัดซึ่งเป็นบุตรชายของท่านหญิงก็ถูกนำมาด้วย ส่วนอับดุลลฮ์ บิน ญะอ์ฟัร ด้วยเหตุผลบางประการไม่สามารถที่จะติดตามมาได้ และจะเป็นการอนุญาตของท่านอิมามฮุเซน(อ) เอาบุตรทั้งสองของท่านมาด้วยให้มาติดตาม และนี่คือเหตุผลที่ท่านหญิงซัยหนับ(อ)ก็รู้ว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้น
หลังจากที่ท่านอิมามฮุเซน(อ)รู้ว่าแผ่นดินนี้ ใช่แล้ว ! ที่ท่านตาได้บอกเอาไว้ ท่านตาได้ยืนยัน ท่านตาได้เล่าถึงรายละเอียดต่างๆ
ในบางริวายัตได้บอกว่า เมื่อบอกว่า กัรบะลาอฺ ท่านอิมามฮูเซน(อ)ได้ลงมาจากหลังม้า หยิบดินขึ้นมาหนึ่งกำมือจากแผ่นดินแล้วล่วงไปในปกเสื้อของท่านที่อยู่ชั้นในแล้วเอาอีกก้อนหนึ่ง เอามาเปรียบเทียบกันว่า มันใช่หรือไม่ ?
ท่านนำมาดมดูบอกว่าใช่ คือ แผ่นดินเดียวกัน
ดินก้อนที่เอามาจากในปกเสื้อชั้นในนั้น คือ ดินที่ท่านรอซูลุลลอฮ์(ศ)นั้นได้มอบเอาไว้ล่วงหน้าให้เห็นไว้ก่อน
นี่คือ แผ่นดินที่เจ้าจะต้องหลั่งเลือดของเจ้า เพื่อปกป้องศาสนา เอามาเทียบกันดูแล้วเป็นดินเดียวกัน รายละเอียดมีมากถึงขนาดนี้ เมื่อได้รับการยืนยัน แน่นอน ทุกอย่างก้าวไปอย่างรู้แจ้งและเห็นจริง
หลังจากนั้นท่านได้ให้อัซฮาบไปถามหาหัวหน้าเผ่า ผู้ปกครองที่ดินในอาณาบริเวณนี้ ท่านอิมามฮุเซน(อ)ก็ได้ทำการขอซื้อที่ดินนั้นเป็นระยะทางที่กว้างเป็นอย่างมาก
สนามรบก็เป็นที่ดินที่ท่านอิมามฮุเซน(อ)ซื้อ ซื้อไปถึง...ในบางรายงานได้กล่าวว่า...ไปถึง “ฮัตตา รอโกซ” (บริเวณเริ่มต้นของการเดินทางและจุดสิ้นสุดของการเดินทางในอดีต)ประมาน 5-6 กิโลเมตร อิมามฮุเซน(อ)ได้ซื้อทั้งหมดในบริเวณนั้น จ่ายเงินให้เรียบร้อย ซื้อเอาไว้เป็นกรรมสิทธิ์ของท่านหลังจากที่ได้รับการยืนยันว่าตอนนี้ท่านยืนอยู่ ณ แผ่นดินกัรบะลา
اللهم صل علی محمد وآل محمد وعجل فرجهم
แสดงความเห็น