บรรยายธรรมมุฮัรรอม (2) สดุดีอาชูรอ
โดยฮุจญตุลอิสลาม ซัยยิดสุไลมาน ฮุซัยนี
ค่ำคืนนี้ก็เป็นอีกคืนหนึ่งของเดือนมุฮัรรอม อัลฮะรอม กล่าวได้ว่าการรำลึกอย่างเป็นทางการในเรื่องราวของอะฮ์ลุลบัยต์ (อ)นั้น เรื่องราวของท่านอิมามฮุเซน (อ) ได้ถูกมอบให้เป็นสิ่งที่ควรแก่การรำลึกมากที่สุด
ถ้าหากว่า เราจะนับวันอย่างเป็นทางการอย่างน้อยที่สุด 1 ถึง 10 ถึง 11 วันของเดือนมุฮัรรอม หลังจากนั้นวันอัรบาอีน หลังจากนั้นตามด้วยวันวิลาดัตของท่านอิมามฮุเซน(อ) คืออย่างเป็นทางการทั้งหมด 12 วันด้วยกัน
หลังจากนั้นมีคำสั่งอย่างไม่เป็นทางการ แต่อย่างไม่เป็นทางการนี้นั้นยิ่งใหญ่เป็นอย่างมาก ซึ่งเราได้ฟังมาพอสมควรว่าจริงๆแล้ว คำสั่งเสียก็น่าจะถือว่าเป็นทางการได้โดยไม่กำหนดวันและเวลา ก็ยังคงเน้นย้ำถึงการรำลึกอันนี้
เมื่อเราจะนมาซ บรรดาอะฮ์ลุลบัยต์ (อ)ได้กล่าวไว้ว่า หลังจากเหตุการณ์กัรบะลา ดินที่ดีที่สุด ที่เราจะซูญูด คือ “ ดินแห่งกัรบะลา”
หนึ่งในเป้าหมายของการให้ซูญูดบนดินกัรบะลา ก็เพื่อต้องการที่จะให้เรานั้นรำลึกถึงท่านอิมามฮูเซน(อ) ตั้งแต่ก่อนนมาซ ในขณะนมาซ และหลังจากนมาซ
“ดิน” ความจริงแล้ว ที่ให้จูบดินหลังนมาซ ก็คือ เราจูบดินกัรบะลา ให้มองดินไปก่อนที่เราจะกล่าว “ตักบีรอตุลอิฮ์รอม” ก็คือ มองไปยังดินกัรบะลา
ในระหว่างนมาซในขณะที่กำลังอ่านฟาติฮะฮ์ก็บอกว่า ให้มองไปที่ดิน และเป้าหมายของคำสั่งที่ให้มองไปที่ดิน ก็คือ ดินแห่งกัรบะลา
แม้แต่ในนมาซ นั้น คำสั่งเสียอื่นๆมีอีกอย่างมากมาย ซึ่งไม่จำเป็นที่ต้องเข้าไปในรายละเอียดของมัน ไม่ว่าเราจะดื่มน้ำ หรือในค่ำคืนอื่นๆ
ถ้าเราพิจารณาในคืนนิซฟูชะอ์บาน หนึ่งในอามัลที่ดีที่สุด ขึ้นไปบนหลังคาหรือที่อื่นในที่ ที่ไม่มีสิ่งกีดกั้นระหว่างเราจากฟากฟ้า และก็ให้สลามกับท่านอิมามฮุเซน(อ)
แม้แต่ในคืนนิซฟูชะอ์บาน และอีกหลายๆคืนที่เป็นคืนวิลาดัต คืนประเสริฐต่างๆของบรรดาอะอิมมะฮ์ (อ) หรือคืนที่เกี่ยวข้อง กับวันอีดต่างๆ ในแนวทางของพวกเรานั้น จะมีอามัลหนึ่งที่ควบคู่ ถ้าพูดถึงในภาคของอามัลที่เกี่ยวข้องกับวันต่างๆเหล่านั้น ก็คือ การรำลึกถึงท่านอิมามฮุเซน(อ)
แน่นอน เหตุผลมีอยู่มากมาย เพราะเรื่องราวแห่งกัรบาลา คือ เรื่องราวอันยิ่งใหญ่ที่สุด เป็นเรื่องราวที่มีรายละเอียดมากที่สุดที่จะต้องทำความเข้าใจ
หากปราศจากการทำความเข้าใจเรื่องราวแห่งกัรบาลา การทำความเข้าใจเรื่องราวแห่งวันอาชูรอ มนุษย์จะไม่มีวันประสบความสำเร็จในการนับถือศาสนา เขาจะไม่มีวันประสบความสำเร็จในการเป็นมนุษย์อย่างแท้จริง และเขาจะไม่มีวันประสบความสำเร็จในการที่จะเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ได้อย่างแน่นอน
ด้วยเหตุผลนี้ การรำลึกอันนี้จึงจะต้องรำลึกไปถึงวันกิยามะฮ์ การให้สลามกับท่านอิมามฮุเซน(อ)และบรรดาอัศฮาบของท่าน ซึ่งไม่ได้หมายถึงกล่าวสลามเพียงแค่ลมปากเท่านั้น
การสดุดี คือ สลาม หมายถึง การสดุดี การเชยชม การชื่นชม ซึ่งอยู่ในคำว่า สลามเพียงคำเดียว เพียงแต่เราต้องศึกษา ทำความเข้าใจว่า ทำไมอิสลามจึงเลือกคำว่า อัสสะลาม
คำว่า สลาม เป็นวิธีการตะฮียะฮ์ เป็นวิธีการแสดงการยอมรับ การชมชอบ การสดุดี การสรรเสริญ ฯลฯ
สลาม คือ การยอมรับ สลามคือการสดุดี
แน่นอนเบื้องต้น “สดุดี” เพียงลมปากแต่ไม่ได้จบลงเพียงเท่านั้น แต่ในการสดุดีครั้งนี้เราจะเห็น เราอ่านกันทุกคืน ทั้งอ่านก่อนมัจญลิส ทั้งอ่านในขณะที่เราอ่านซิยารัตอาชูรอ และอ่านในขณะที่เราทำการซิยารัตหลังนมาซ
เราจะเห็นว่ามันจะเปลี่ยนไป
ﻭَﻻ ﺟَﻌَﻠَﻪُ ﺍﻟﻠﻪُ ﺁﺧِﺮَ ﺍﻟْﻌَﻬْﺪِ ﻣِﻨّﻲ ﻟِﺰِﻳﺎﺭَﺗِﻜُﻢ
“ขอให้สลามที่ขณะให้สลามอยู่นั้น อย่าได้เป็นสลามครั้งสุดท้ายสำหรับเราเลย”
ถ้าชีวิตนี้ยังมีอยู่ ขอให้ได้ให้สลามแบบนี้ตลอดไป แต่สลามแบบนี้ สลามแบบไหนนั้น อินชาอัลลอฮ์ ต้องค้นคว้าต้องศึกษาต้องฟังในมัจญลิสต้องอ่านหนังสือต้องค้นคว้าอีกมากมายว่า....
การสลามให้กับวีรกรรม จริงๆแล้วเราสลามให้กับวีรกรรมชัดมาก
السلام عليك
สลามไปยังท่าน
السلام على ارواح للتي
สลามไปยัง “อัรวาฮิลลาตี”
สลามไปยังดวงวิญญาณทั้งหมดที่ได้พลีเคียงข้างท่าน
السلام على علي بن الحسين
สลามไปยังบุตรของท่านที่ได้อยู่ร่วมกับท่าน
السلام على اصحاب الحسين
สลามไปยังอัซฮาบของท่านที่ได้พลีเพื่อท่านในวันนั้น
เหตุผลอันหนึ่งคือ เรื่องราวนั้นยิ่งใหญ่ มีรายละเอียดที่จะต้องทำความเข้าใจในเนื้อหาของมัน เราจึงจะต้องรำลึกปีแล้วปีเล่า ที่เราพูดอย่างไม่เป็นทางการ แต่ในหลายๆประเทศนั้นเขารำลึกไปจนถึงอัรบาอีน รำลึกอย่างเป็นทางการถึง 50 วัน เพื่อจะทำความเข้าใจ ปราศจากการทำความเข้าใจทุกบริบทของวีรกรรมอันนี้ ปราศจากการทำความเข้าใจทุกวาทกรรมของกัรบาลาแล้ว เราจะไม่ประสบความสำเร็จในการที่จะเป็นมุสลิมที่แท้จริง ในการที่จะเป็นสหายของท่านอิมามฮุเซน(อ)อย่างแท้จริง
ในการที่จะเป็นผู้ที่มีความรักที่แท้จริงต่ออะฮ์ลุลบัยต์(อ)ต่อท่านอิมามฮุเซน(อ) คือ การทำความเข้าใจ เพื่อจะนำมาใช้ปรับปรุงในวิถีชีวิตของเรา
ความเข้าใจเพียงอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอ วีรกรรมแห่งกัรบะลาไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้เราโศกเศร้า ไว้ทุกข์ ไว้อาลัยเท่านั้น
วีรกรรมอันนี้ได้ ถูกกำหนดให้เป็นวีรกรรมอันอมตะ หลังจากวีรกรรมอันนี้ไม่มีวีรกรรมใดอีกแล้วในโลกนี้ ที่จะเป็นแบบอย่างสำหรับมวลมนุษยชาติ
มีวีรกรรมอันนี้อันเดียวเท่านั้น และถ้าเกิดวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ใดๆในโลกนี้ที่เป็นที่ยอมรับโดยอิสลามแล้ว วีรกรรมใหม่ทั้งหมดที่เกิดมาก็ได้รับแรงดลใจ และบันดาลใจจากวีรกรรมอันนี้เท่านั้น
ฉะนั้น หน้าที่ของพวกเราทุกคนจะต้องทำความเข้าใจในทุกๆบริบทของวีรกรรมนี้ ทั้งบริบทของวีรกรรม และทั้งบริบทของวาทกรรม ซึ่งยิ่งใหญ่เป็นอย่างมาก จะต้องค้นหาด้วยตัวเองด้วยความเข้าใจว่า ทำไมวีรกรรมกัรบะลา จึงเป็นอมตะ
โปรดติดตามตอนต่อไป
แสดงความเห็น