นร.หญิงไนจีเรียเหยื่อลักพาตัวร่วม 200ถูกบังคับเป็นเจ้าสาวให้กับ “ก่อการร้ายโบโกฮาราม”
นร.หญิงไนจีเรียเหยื่อลักพาตัวร่วม 200ถูกบังคับเป็นเจ้าสาวให้กับ “ก่อการร้ายโบโกฮาราม”
มีรายงานที่เปิดเผยออกมาเมื่อวานนี้ว่าเด็กนักเรียนหญิงกลุ่มใหญ่ราว 220 คน ที่ถูกลักพาตัวจากโรงเรียนในไนจีเรียเมื่อไม่นานมานี้ กำลังถูกบังคับเพื่อแต่งงานกับสมาชิกก่อการร้ายมุสลิมหัวรุนแรงโบโกฮารามที่เป็นกลุ่มผู้ลักพาตัว
สำนักข่าวทีวีชีอะฮ์ ฝ่ายข่าวต่างประเทศ รายงานว่า จากกรณีที่กลุมติดอาวุธโบกาฮารัม ได้จับนักเรียนหญิงไนจีเรียเกือบสองร้อยคนนั้น ขณะนี้เครือข่ายก่อการร้ายโบโกฮารามกำลังยื่นข้อต่อรองเพื่อแลกกับอนาคตของเหยื่อลักพาตัวด้วยเงินค่าไถ่ที่ไม่ระบุจำนวนในการให้อิสรภาพของนักเรียนเหล่านี้ ผู้นำชุมชนรัฐบอร์โนเผยกับเอพี
ฮาลิต อาลิยู (Halite Aliyu) จากฟอรัมประชาชนแห่ง Borno-Yobe ให้สัมภาษณ์ผ่านเอพีว่า ล่าสุดของกลุ่มนักเรียนหญิงไนจีเรียที่ถูกลักพาตัวนั้นออกมา เมื่อบิดามารดาของพวกเธอได้เปิดเผยว่า บรรดาเด็กหญิงเหล่านั้นได้ถูกขายเพื่อแต่งงานกับสมาชิกก่อการร้ายโบโกฮาราม ซึ่งเหยื่อจะได้รับเงินจำนวน 2,000 ไนรา (12 ดอลลาร์) เพื่อเป็นเจ้าสาวให้กับสมาชิกก่อการร้าย และอาลิยูเปิดเผยต่อว่า แหล่งข่าวการสมรสหมู่ที่มาจากผู้ปกครองนักเรียนมาจากชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในบริเวณป่าซามไบซา (Sambisa Forest) ที่อยู่บริเวณพรมแดนไนจีเรียติดแคเมอรูน ซึ่งถือเป็นฐานของเครือข่ายก่อการร้ายโบโกฮาราม
“รายงานล่าสุดชี้ว่า มีนักเรียนไนจีเรียบางส่วนถูกพาข้ามแดนไปแคเมอรูนและชาด” อาลิยู กล่าว ทั้งนี้ยังไม่สามารถยืนยันรายงานข่าวที่มีนักเรียนหญิงชาวไนจีเรียร่วม 200 คนจากหอพักของโรงเรียนในทางตะวันออกเฉียงเหนือของไนจีเรียถูกเครือข่ายก่อการร้ายโบโกฮารามลักพาตัวเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนหน้านี้ ซึ่งมีเหยื่อลักพาตัวบางคนได้ตกเป็นภรรยาของสมาชิกก่อการร้ายโบโกฮารามแล้ว ซึ่งเป็นรูปแบบทาสในยุคกลางที่ส่งคนออกไปลักพาตัวผู้หญิง และนำตัวไปขายต่อ”
และความล่าช้าในการช่วยเหลือกลุ่มเด็กผู้หญิง สร้างความโกรธแค้นให้กับประชาชนไนจีเรีย เมื่อวานนี้ (30 เมษายน) กลุ่มผู้ประท้วงชาวไนจีเรียที่เป็นหญิงจำนวนหลายร้อยคนเดินขบวนฝ่าฝนที่ตกหนักไปยังรัฐสภาไนจีเรียเพื่อประท้วงถึงการไม่ใส่ใจของรัฐในการช่วยเหลือเหยื่อให้เป็นอิสระ นอกจากนี้มีกลุ่มผู้ประท้วงอีกหลายร้อยคนได้เดินขบวนเรียกร้องที่เมืองคาโนที่อยู่ทางเหนือของไนจีเรีย
ความล้มเหลวในการช่วยเหลือเด็กนักเรียนนี้สร้างความอับอายให้กับรัฐบาลไนจีเรีย และกองทัพไนจีเรีย ที่ก่อนหน้านี้ไม่ประสบความสำเร็จในการถอนรากถอนโคนเครือข่ายโบโกฮารามที่ก่อตั้งมาได้ 5 ปี ทั้งๆ ที่ประกาศภาวะฉุกเฉินเป็นระยะเวลา 11 เดือน ใน 3 รัฐทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ครอบคลุมพื้นที่ถึง 1 ใน 6 ของไนจีเรีย
แสดงความเห็น