ชีวประวัติอิมามอะลี อัลฮาดีย์ ตอนที่ 3
ชีวประวัติอิมามอะลี อัลฮาดีย์ ตอนที่ 3
การปรึกษากับอิมามอะลี อัลฮาดีย์
ครั้งหนึ่ง มีลูกชายของชาวบ้านคนหนึ่งรับอุบัติเหตุจากก้อนหิน หมอจึงสอนชาวบ้านคนนั้นให้เรียนรู้วิธีการรักษาบาดแผล แต่แล้วในขณะที่กำลังรักษาพยาบาลอยู่นั้น เด็กได้ถึงแก่ความตาย ชาวบ้านส่วนหนึ่งก็ตำหนิพ่อแม่ของเด็กคนนั้น โดยกล่าวว่า
“แกคนฆ่าลูกของตัวเองทั้งๆ ที่มีเลือดของแกอยู่ในเลือดของเขา”
ชายคนนั้นกลุ้มใจมากจึงไปปรึกษาอิมามอัล ฮาดีย์
อิมามอัล ฮาดีย์ ได้ปลอบใจเขาว่า “ท่านไม่มีความผิดอะไรกับเรื่องที่ได้กระทำลงไปหรอก เพราะท่านทายาให้เขาเท่านั้น แต่อายุขัยของเขาถึงวาระสุดท้าย เพราะสาเหตุนี้เท่านั้นเอง”
เรื่องเล่าจากเด็กคนหนึ่ง
มีเด็กคนหนึ่งนำดอกกุหลาบมามอบให้แก่อิมามอัล ฮาดีย์ หนึ่งดอก เมื่อท่านได้รับมาแล้ว ก็นำกุหลาบดอกนั้นมาดมและวางไว้ที่ระหว่างดวงตาของท่าน ต่อจากนั้นท่านก็ได้มอบต่อไปยังสหายของท่านคนหนึ่ง พลางกล่าวว่า “ผู้ใดได้รับดอกกุหลาบดอกหนึ่งหรือได้รับกลิ่นหอมแล้วสูดดมและวางลงตรงดวงตาของเขา ต่อจากนั้นเขาได้กล่าวคำซอละวาตแก่มุฮัมมัดและวงศ์วานของมุฮัมมัด อัลลอฮ์จะทรงบันทึกความดีงามให้แก่เขาเท่ากับจำนวนเม็ดทรายในทะเลทราย และความชั่วของเขาจะถูกลบล้างไปในปริมาณเดียวกัน
”
ยะห์ยา บิน ฮัรษะมะฮ์ ผู้ทำหน้าที่ควบคุมการเดินทางของอิมาม อัล ฮาดีย์จากเมืองมะดีนะฮ์ เพื่อไปยังเมืองสะมัรรอฮ์ได้เล่าว่า ขณะที่พวกเรากำลังเดินทางกันอยู่นั้นท้องฟ้าก็ยังดูสดใส ไม่มีเค้าเมฆฝนแต่อย่างใด แต่อิมามอัล ฮาดีย์ ก็สั่งให้สหายของท่านเตรียมการป้องกันฝน พวกเราบางคนรู้สึกประหลาดใจ บางคนก็หัวเราะแต่ครั้นแล้วเวลาผ่านไปไม่นาน ท้องฟ้าก็เริ่มปรากฏเมฆครึ้ม และฝนเทลงมาอย่างหนัก อิมามอัล ฮาดีย์ หันกลับมาพูดกับข้าพเจ้าว่า
“ตอนแรกพวกท่านคงไม่เชื่อว่าเป็นอย่างนี้ จากนั้นจึงคิดว่าฉันล่วงรู้ในสิ่งลี้ลับ แต่ที่จริงมันมิได้เป็นเหมือนอย่างที่ท่านคิด หากเป็นเพราะว่าฉันเคยใช้ชีวิตอยู่ในชนเผ่าเร่ร่อนตามทะเลทราย ดังนั้นฉันจึงเรียนรู้เรื่องกระแสลมที่จะส่งผลให้ฝนตกตามมา ฉันสามารถรู้กลิ่นของฝนที่มากับลมได้ ฉันจึงเตรียมการให้ทำอย่างนี้”
มุตะวักกิลกับการแก้ไขปัญหาจากท่านอิมามฮาดีย์
คอลีฟะฮ์อัล มุตะวักกิลได้กล่าวบนบาน (นะซัร) เมื่อครั้งที่เขาเจ็บป่วยในครั้งหนึ่งว่า ถ้าหากเขาหายจากอาการป่วย เขาจะบริจาคทรัพย์สินเพื่อเป็นทานจำนวนมาก แต่มิได้ระบุว่าเป็นจำนวนเท่าใด
เมื่อเขามีความประสงค์ ที่จะทำตามปณิธานที่ตั้งไว้ เขาก็ได้ปรึกษาหารือกับบรรดาผู้รู้ทางศาสนา ผู้รู้ทางศาสนาเหล่านั้นมีความเห็นขัดแย้งกันในเรื่องของอัตราที่แน่นอนในการบริจาค และไม่สามารถหาข้อสรุปที่ลงเอยกันได้ จึงมีบางคนเสนอขึ้นว่า น่าจะไปถาม
อิมามอบู ฮาซัน และอะลี อัล ฮาดีย์ (อ.)
เมื่อท่านอิมามได้ถูกตั้งคำถามถึงความหมายของคำว่า “มาก” ว่าหมายถึงจำนวนเท่าใด ท่านตอบว่าคำว่า “มาก” หมายถึงจำนวนแปดสิบนั้นเอง แล้วท่านยังได้ถูกตั้งคำถามว่า ท่านมีหลักฐานในเรื่องนี้อย่างไร ท่านอิมาม อัล ฮาดีย์ ได้ตอบว่ามีโองการหนึ่งของอัลลอฮ์ มหาบริสุทธิ์ยิ่งแด่พระองค์ ความว่า
โดยแน่นอนยิ่ง อัลลอฮ์ได้ทรงสนับสนุนพวกเจ้าในสถานที่ตั้งเป็นจำนวนมาก” ซึ่งในสถานที่ตั้งเหล่านั้น ก็คือ “สมรภูมิของอิสลาม” โดยเรานับได้ว่ามีแปดสิบแห่ง
การบุกรุกเข้าไปในที่พักของอิมามอัล ฮาดีย์
ถึงแม้ว่าจะมีการวางมาตรการในลักษณะบีบบังคับต่ออิมามอัล ฮาดีย์ (อ.) อยู่ก็ตาม แต่ท่านก็มิได้ยอมรับการถูกตั้งข้อหาว่ากระทำความผิดในด้านต่างๆ แต่อย่างใด มีทหารคนหนึ่งนำข่าวไปแจ้งคอลีฟะฮ์อัล มุตะวักกิลว่า อิมามอัล ฮาดีย์สะสมอาวุธและทรัพย์สินเพื่อการปฏิวัติ ดังนั้นคอลีฟะฮ์ อัล มุตะวักกิล จึงได้ออกคำสั่งให้ซะฮีด อัล ฮาญิบ ไปตรวจค้นบ้านของอิมามในยามค่ำคืน เพื่อจะได้ยืนยันว่าข่าวที่ได้รับมานั้นจริงหรือไม่อย่างไร
เมื่อชะฮีดได้ตรวจค้นบ้านของอิมามอัล ฮาดีย์แล้ว เขาก็ได้พบว่า อิมามอัล ฮาดีย์ พักอยู่ในห้องอย่างโดดเดี่ยว ไม่มีสิ่งของเครื่องใช้ใดๆ เลย นอกจากเสื่อเพียงผืนเดียวเท่านั้น และตัวของอิมามอัล ฮาดีย์เองก็กำลังทำนมาซอยู่ด้วยความนอบน้อมต่อพระผู้เป็นเจ้า
ถึงแม้ชะฮีดจะพยายามตรวจค้นบ้านทุกซอกมุมอย่างละเอียดถี่ถ้วน เขาก็มิได้พบเห็นสิ่งหนึ่งสิ่งใดอีกเลย ชะฮีด อัล ฮาญิบจึงพูดกับอิมามเพื่อขอโทษว่า “โอ้นายของฉัน แท้จริงฉันเป็นเพียงผู้ถูกสั่งให้ทำงานเท่านั้น และบัดนี้ฉันต้องขอโทษท่าน
”
ท่านอิมาม อัล ฮาดีย์ได้กล่าวตอบเป็นโองการอัล กุรอานด้วยความรู้สึกเสียใจว่า
และบรรดาผู้อธรรมเขาจะได้รู้ว่าบรรดาผู้ตระบัดสัตย์ นั้นมีที่คืนกลับอย่างไร
โปรดติดตามตอนต่อไป
ที่มาเว็บไซต์อะฮ์ลุลบัยต์ดอดคอม
แสดงความเห็น