ชีวประวัติอิมามอะลี อัลฮาดีย์ ตอนที่ 2
ชีวประวัติอิมามอะลี อัลฮาดีย์ ตอนที่ 2
ยุคสมัยการเป็นคอลีฟะฮ์ของอัล มุตะวักกิล
เมื่อคอลีฟะฮ์อัล มุอ์ตะศิมเสียชีวิตลง วาซิกก็เข้ามารับตำแหน่งสืบต่อ และการดำรงตำแหน่งคอลีฟะฮ์ของเขามีระยะเวลาได้ 5 ปี 9 เดือน
หลังจากนั้น “อัล มุตะวักกิล” ก็ได้เข้ามารับอำนาจการปกครองในตำแหน่งคอลีฟะฮ์ต่อไป ในสมัยของเขานี่เอง ที่มีเรื่องที่เสียหายและความอยุติธรรม หลายประการแพร่ระบาดในบ้านเมือง อำนาจของพวกทหารเผด็จการได้เข้ามามีบทบาทในการปกครองอย่างเต็มรูปแบบ จนกระทั่งการปกครองได้กลายเป็นสองขั้วอำนาจ และในที่สุด ตำแหน่งคอลีฟะฮ์ก็กลายมาเป็นของเล่นในมือของพวกเขา
คอลีฟะฮ์อัล มุตะวักกิลมีความเคียดแค้นชิงชังอะห์ลุลบัยต์และบรรดาชีอะฮ์มาก จนถึงกับมีการสั่งให้ขุดทางระบายน้ำไปสู่สุสานของอิมามฮูเซน (อ.) และออกคำสั่งห้ามมุสลิมเยี่ยมสุสานของท่าน อีกทั้งยังได้สังหารชีวิตของผู้คนที่มาเยี่ยมเยือนสุสานเป็นจำนวนมาก ในเรื่องนี้ได้มีนักกวีประพันธ์ กาพย์ กลอนขึ้นมาเล่าเหตุการณ์ตอนหนึ่งว่า
ขอสาบานต่ออัลลอฮ์ ถึงแม้พวกอุมัยยะฮ์เคยสังหารบุตรสาวศาสดาของพวกตนอย่างไม่เป็นธรรมไปแล้ว
พวกลูกหลานของคนเหล่านั้นก็ยังกระทำได้เสมอเหมือน ดังนั้นสุสานของฮูเซนจึงถูกทำลาย
พวกเขาเสียใจ ที่มิได้มีส่วนร่วมในการสังหารบุตรสาวท่านศาสดา
ดังนั้น พวกเขาจึงติดตาม ทำร้ายสุสานของฮูเซนด้วยการยิงธนูเข้าใส่”
คอลีฟะฮ์อัล มุตะวักกิลได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ของตนติดตามเพื่อดูอิมามอัล ฮาดีย์ที่เมืองมะดีนะฮ์อย่างใกล้ชิด โดยให้มีหน่วยสอดแนมคอยส่งข่าวความเคลื่อนไหว และรายงานเรื่องราวของอิมามให้เขารับทราบในทันที
อัล มุตะวักกิลหวั่นเกรงว่า หลังจากที่อิมามฮาดีย์ ได้แสดงบทบาททางด้านบุคลิกภาพอันสูงส่งออกมาแล้ว จะทำให้ท่านเป็นที่นิยมชมชอบของประชาชน เพราะท่านกระทำแต่ความดีต่อคนทั้งหลาย และใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในมัสยิดอันทรงเกียรติ
อัล มุตะวักกิล จึงส่งเจ้าหน้าที่พิเศษคนหนึ่งเดินทางเพื่อไปนำตัวอิมามฮาดีย์นั่นคือ “ยะห์ยา บิน ฮัรษะมะฮ์” ซึ่งต่อมาไม่นานเขาก็ได้เดินทางเข้ามาถึงเมืองมะดีนะฮ์
ข่าวคราวเกี่ยวกับแผนการณ์ของอัล มุตะวักกิล ได้แพร่ออกไปทั่วทุกหนแห่ง จึงทำให้ประชาชนไปชุมนุมกันบริเวณที่พักของเจ้าเมืองที่ผู้ถูกส่งมา โดยคอลีฟะฮ์ อัล มุตะวักกิล เพื่อแสดงให้เห็นว่าพวกเขามีความวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานะความเป็นอยู่ของอิมาม “ยะห์ยา บิน ฮัรษะมะฮ์” พูดกับตัวเองว่า “ฉันจะสร้างความเชื่อมั่นให้แก่คนเหล่านั้น และจะสาบานกับพวกเขา จะไม่ดำเนินการอันไม่พึงปรารถนาใดๆ ในเรื่องของอิมามฮาดีย์
”
ส่วนอัล มุตะวักกิล ครุ่นคิดอยู่ตลอดเวลาเพื่อหาทางกำจัดอิมามฮาดีย์ (อ.) ดังนั้นที่ปรึกษาของเขาบางคนได้เสนอแนะว่าให้กระทำการแพร่ข่าวที่ทำลายชื่อเสียงของอิมามฮาดีย์ ทั้งนี้ ด้วยการสนับสนุนจาก “มูซา” ผู้เป็นน้องชายคนหนึ่งของอิมามฮาดีย์เอง แต่เป็นคนที่ประพฤติตัวต่ำช้าและไม่อยู่ในหลักจริยธรรม
อัล มุตะวักกิล เห็นชอบด้วยกับความคิดข้อนี้ จึงส่งคนไปตามตัว มูซามาพบ ส่วนท่านอิมามอัล ฮาดีย์ ซึ่งหวาดระแวงน้องชายคนนี้อยู่แล้ว จึงกล่าวเตือนน้องชายว่า “แท้จริงคอลีฟะฮ์ อัล มุตะวักกิล เชิญเจ้าไปพบก็เพื่อจะทำให้เจ้าเสียหาย และจะทำลายเกียรติของเจ้า ดังนั้น ขอให้เจ้ายำเกรงอัลลอฮ์ด้วยเถิดน้องเอ๋ย เจ้าอย่าได้ประพฤติตัวในทางที่เป็นอันตรายเลย”
การพูดความจริงต่อหน้าผู้ปกครองที่อธรรม
ชายคนหนึ่งซึ่งเป็นผู้รู้รุ่นอาวุโสมีชื่อว่า “อิบนุ ซิกกีต” “อบูอับบาส อัล มุบัรร็อด” กล่าวว่า “ฉันยังไม่เคยพบเห็นเลยว่าในบรรดาหนังสือของท่านผู้รู้ชาวแบกแดดจะมีหนังสือเล่มใดดีกว่าหนังสือที่มีชื่อว่า “อิบนะ ซิกกีต ในแง่ของตรรกวิทยา
”
ครั้งหนึ่ง คอลีฟะฮ์ อัล มุตะวักกิลได้ขอร้องให้อิบนุซิกกีตทำหน้าที่อบรมสั่งสอนบุตรชายสองคนของตนนั่นคือ “อัล มุอ์ตัซ” กับ “อัล มุอัยยัด
”
ต่อมาวันหนึ่งคอลีฟะฮ์ อัล มุตะวักกิลได้ขอร้องให้อิบนุซิกกีตว่า “ระหว่างฮาซันกับฮูเซน (หลานของท่านศาสดามุฮัมมัด) กับลูกของฉันสองคนนี้ ใครเป็นที่ชื่นชอบสำหรับท่านมากกว่ากัน” ผู้รู้ท่านนั้นได้ตอบอย่างกล้าหาญว่า “ขอสาบานต่ออัลลอฮ์ว่าแม้แต่ก็อนบัร คนรับใช้ของอิมามอะลี อิบนิ อบีฏอลิบก็ยังประเสริฐกว่าทั้งตัวท่านเอง และลูกชายของท่านทั้งสองคนเสียอีก
”
อัล มุตะวักกิลตกตะลึงด้วยความคาดคิดไม่ถึง กับคำตอบของอิบนุซิกกีต เขารู้สึกโมโหสุดขีด จึงสั่งให้ทหารดึงลิ้นของอิบนุซิกกีตออกจากปาก จนในที่สุดอิบนุ ซิกกีตก็ต้องถึงกับเสียชีวิตเป็นชะฮีด
แน่นอนท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ็อลฯ) ได้กล่าวว่า “ประมุขของบรรดาผู้สละชีพเป็นชะฮีดได้แก่ ท่านฮัมซะฮ์ และบุคคลที่กล้าพูดความจริงต่อหน้าผู้ปกครองที่อธรรม”
บทบาททางการเมืองของคอลีฟะฮ์มุตะวักกิล
คอลีฟะฮ์อัล มุตะวักกิล ได้ถลุงทรัพย์สินของมุสลิมอย่างสนุกสนาน เขาใช้ชีวิตทั้งหมดไปด้วยความสุรุ่ยสุร่ายและฟุ่มเฟือย อายุขัยของเขาหมดไปกับการเสพสุรา ความบันเทิงเริงรมณ์ และหว่านโปรยเงินไปเพื่อบำรุงความสุขด้วยจำนวนเงินนับล้าน ในขณะที่ประชาชนใช้ชีวิตอยู่ด้วยความลำบากยากเข็ญ แร้นแค้นและทุกข์ทรมาน ส่วนบรรดาคนในตระกูลของอิมามอะลีนั้น ก็ยังชีพอยู่ในสภาพที่ลำบากยากจน ถูกลิดรอนสิทธิ์ในการดำรงชีวิตอยู่อย่างมีเกียรติ
ต่อมาท่านอิมามอัล ฮาดีย์ (อ.) ได้ถูกเชิญตัวมายังเมืองสะมัรรอฮ์พร้อมกับบุตรชาย นั่นคืออิมามฮาซัน (อ.) ในระหว่างทางพวกทหารของมุตะวักกิลให้ท่านทั้งสองหยุดพัก ณ ค่ายพักแห่งหนึ่งเพื่อให้พวกทหารได้สำรวจตรวจตราอย่างเข้มงวดกวดขัน ทั้งนี้เพราะความโง่เขลาเบาปัญญา ไม่รู้ซึ้งถึงฐานะของบรรดาอะห์ลุลบัยต์ (อ.) นั่นเอง แน่นอนที่สุดบรรดาเจ้าหน้าที่เหล่านั้นเป็นเผด็จการที่มีความเหี้ยมโหด ซึ่งสภาพแวดล้อมและการอบรมสั่งสอน ได้ช่วยทำให้พวกเขามีสภาพความเป็นอยู่ที่ไม่ยอมรับฟังใครทั้งสิ้น นอกจากการเชื่อฟังปฏิบัติคำสั่งของเจ้านายเหนือหัวและนักปกครองทรราชเท่านั้น
โปรดติดตามตอนต่อไป
ที่มาเว็บไซต์อะฮ์ลุลบัยต์
แสดงความเห็น