ฮะดีษจากท่านอิมามมุฮัมมัดบากิร

 

ฮะดีษจากท่านอิมามมุฮัมมัดบากิร (อ.)

1. ความอับโชคกับการทำดี

 

มาตรว่าบุคคลได้หลุ่มหลงต่อกิจหนึ่งอันเป็นกิจทางโลก และเมื่อเข้าไปถึงมันได้กลายเป็นสาเหตุทำให้พบกับความอับโชค และมาตรว่าบุคคลถูกบังคับให้ทำในกิจเพื่อโลกหน้า เมื่อเขาได้ปฏิบัติมันได้ทำให้เขาพบความจำเริญ

 

2. ความประเสริฐและญิฮาดที่ดีที่สุด

 

ไม่มีความประเสริฐใดเหมือนกับการญิฮาด และไม่มีญิฮาดใดเหมือนกับการต่อสู้กับจิตใจตนเอง

 

3. การยืนหยัดที่ยิ่งใหญ่

 

ฉันขอแนะนำพวกท่าน 5 ประการได้แก่ เมื่อท่านตกอยู่ในภาวะของการถูกกดขี่ จงอย่ากดขี่,-ถ้าเขาดูถูกท่าน ท่านจงอย่าดูถูกเขา ,ถ้าเขาโกหกใส่ท่าน ท่านจงอย่าโกรธ,ถ้าเขาสรรเสริญท่าน ท่านจงอย่าดีใจ และถ้าเขาประณามท่าน ท่านจงอย่าทำเช่นเดียวกันกับเขา

 

4. การยอมรับคำพูดที่สะอาด

 

จงยอมรับคำพูดที่ดีไม่ว่าบุคคลใดจะพูด ถึงแม้ว่าเขาไม่ได้ปฏิบัติตามคำพูดก็ตาม

 

5. ความสวยงามของความอ่อนโยนกับความรู้

 

ไม่มีสิ่งใดผสมเข้ากันได้ดีไปกว่าความอ่อนโยนกับความรู้

 

6. ความสมบูรณ์ของมนุษย์

 

ความสมบูรณ์แห่งความสมบูรณ์ทั้งหลายมี 3 ประการได้แก่ ความเข้าใจที่ลุ่มลึกในศาสนา ความอดทนบนความทุกข์ยาก และการประมาณค่าใช้จ่ายประจำวัน

 

7.คุณสมบัติสามประการของความดี

 

สามประการอันเป็นการแสดงความเคารพทั้งโลกนี้และโลกหน้าได้แก่ จงอภัยแก่บุคคลที่กลั่นแกล้งเจ้า, จงสร้างสัมพันธ์กับคนที่ตัดสัมพันธ์กับเจ้า,และจงอ่อนโยนเมื่อเขาแสดงมารยาทที่โง่เขลากับเจ้า

 

8. ความออดอ้อนในดุอาอฺ

 

แท้จริงอัลลอฮฺไม่ทรงโปรดปรานบุคคลที่อ่อนแอในการอ้อนวอนให้แก่คนอื่น แต่ชอบที่จะอ้อนวอนให้แก่ตนเอง และอัลลอฮฺผู้ซึ่งการรำลึกถึงพระองค์คือความยิ่งใหญ่ทรงรักผู้ที่วอนขอ และเรียกร้องจากพระองค์

 

9. ความประเสริฐของอุละมาอฺดีกว่าอาบิด

 

นักปราชญ์ที่ปฏิบัติตามความรู้ของตนประเสริฐกว่าอาบิด 70,000 คน

 

หมายเหตุ อาบิดหมายถึงผู้เคร่งครัดอยู่กับการแสดงความเคารพภักดีเพียงอย่างเดียว โดยไม่ได้สนใจต่อสิ่งอื่น

 

10. คุณสมบัติสองประการของอาลิม

 

จะไม่ถือว่าเป็นบ่าวที่มีความรู้ จนกว่าจะไม่แสดงความอิจฉาริษยาผู้ที่อยู่สูงกว่า และไม่ดูถูกเหยียดหยามผู้ที่ต่ำต้อยกว่า

 

11. รางวัลสามประการ

 

บุคคลที่พูดความจริงการงานของเขาจะถูกทำให้สะอาด บุคคลที่เนียตดี (เจตนา) ริซกีของเขาจะถูกเพิ่มพูน และบุคคลที่ทำดีกับครอบครัวอายุของเขาจะถูกเพิ่มพูน

 

12.หลีกเลี่ยงความเกียจคร้าน

 

จงหลีกเลี่ยงบุคคลที่เกียจคร้านและวิตกกังวล เพราะทั้งสองคือกุญแจของความไม่ดี ดังนั้น บุคคลที่เกียจคร้านเขาจะไม่ให้สิทธิ์แก่ใคร ส่วนบุคคลที่วิตกกังวลเขาจะไม่อดทนต่อสิทธิ์นั้น

 

13. คนที่เลวที่สุดในวันกิยามะฮฺ

 

บุคคลที่เลวที่สุดในวัีนกิยามะฮฺได้แก่ บ่าวที่พรรณาถึงความยุติธรรมแต่เขากับทำสิ่งที่ตรงกันข้าม

 

14. ผลแห่งความสัมพันธ์ทางครอบครัว

 

ความสัมพันธ์ทางเครือญาติจะชำระขัดเกลาการงานให้สะอาด ช่วยเพิ่มพูนทรัพย์สิน ช่วยขจัดการทดสอบ ช่วยให้การตรวจสอบง่ายดาย และช่วยยืดความตายให้ยาวออกไป

 

15. จงพูดดีกับคนอื่น

 

จงบอกกับประชาชนว่า ฉันจะพูดกับพวกท่านในสิ่งที่ดีกว่าสิ่งที่่ท่านปรารถนา

 

16. ของขวัญจากพระผู้เป็นเจ้า

 

แท้จริงอัลลอฮฺทรงสัญญากับบ่าวผู้ศรัทธาด้วยการทดสอบ ดั่งที่ท่านได้สัญญากับครอบครัวขณะเดินทางว่าจะส่งของขวัญมาให้ และจงหลีกเลี่ยงจากโลกที่สวยงาม ดั่งที่หมอได้หลีกเลี่ยงจากโรคภัยใข้เจ็บ

 

17. พูดความจริงและรักษาอามานะฮฺ

 

ท่านจงนอบน้อมถ่อมตน จงพากเพียรพยายาม จงพูดความจริง จงคืนอามานะฮฺแก่บุคคลที่ถือว่าท่านเป็นผู้ซื่อสัตย์ที่ดีงาม หรือแม้แต่คนเลวที่สังหารอะลี บุตร อบูฏอลิบได้ฝากอามานะฮฺไว้กับฉัน ฉันจะส่งอามานะฮฺคืนเขาอย่างแน่นอน

 

18.นิยามของการนินทาและการใส่ร้าย

 

การนินทาหมายถึง การพูดเรื่องของพี่น้องของท่าน (คนอื่น) ขณะทีอัลลอฮฺทรงปิดบังเรื่องนั้น ส่วนการใส่ร้ายหมายถึง การพูดถึงสิ่งที่ไม่มีอยู่ในตัวของพี่น้องของท่าน

 

19.อัลลอฮฺโกรธกริ้วคนด่าทอ

 

แท้จริงอัลลอฮฺทรงโกรธกริ้วบุคคลที่ด่าทอและพูดจากหยาบคาย

 

20. สัญลักษณ์ของความถ่อมตน

 

ความถ่อมตนหมายถึง การที่บุคคลหนึ่งมีความพอใจที่จะนั่งในสถานที่ต่ำกว่าเกียรติของตน กล่าวสลามแก่บุคคลที่พบเห็น หลีกเลี่ยงการโต้เถียงแม้ว่าตนจะเป็นฝ่ายถูกก็ตาม

 

21. การรักษาความบริสุทธิ์

 

อิบาดะฮฺทีดีที่สุดคือการรักษาพรมจารีและกระเพาะอาหารให้บริสุทธิ์

 

22.สัญลักษณ์ของชีอะฮฺที่แท้จริง

 

มิใช่ชีอะฮฺของเรา นอกเสียจากว่ามีความยำเกรงต่อพระผู้เป็นเจ้า และเชื่อฟังปฏิบัติตามพระองค์

 

23.รากเหง้าของบาปอยู่ที่การไม่รู้จักพระผู้เป็นเจ้า

 

ผู้ที่ไม่รู้จักอัลลอฮฺ คือบุคคลที่ทำบาปกับพระองค์

 

24.สติปัญญาคือสิ่งถูกสร้างที่ดีที่สุดของพระผู้เป็นเจ้า

 

ขณะที่พระองค์ทรงสร้างสติปัญญา พระองค์ทรงทดสอบและตรัสกับสติปัญญาว่าจงยอมรับ ดังนั้นมันจึงยอมรับ หลังจากนั้นตรัสว่า ขอสาบานด้วยเดชาและความสูงส่งของฉันว่า ฉันไม่เคยสร้างสิ่งใดที่รักยิ่งเกินไปกว่าเจ้า และฉันได้ให้สติปัญญาสมบูรณ์แก่บุคคลที่ฉันรักเท่านั้น และให้เจ้ารับรู้ถึงคำบัญชา การปฏิเสธ การลงโทษ และผลรางวัล

 

25. บนพื้นฐานของสติปัญญา

 

แน่นอนวันกิยามะฮฺอัลลอฮฺ ทรงตรวจสอบปวงบ่าวของพระองค์อย่างละเอียดถี่ถ้วน ตามสติปัญญาที่พระองค์ทรงมอบให้บนโลก

 

26. รางวัลของผู้สอนและผู้เรียน

 

แน่นอนผู้ที่สอนความรู้แก่คนอื่นรางวัลของเขาเหมือนกับรางวัลของผู้ที่เรียนรู้ แต่สำหรับเขามีความประเสริฐมากกว่า ดังนั้น ถ้าเข้าเีรียนรู้มากกว่านักวิชาการทั่วไป และสอนสิ่งนั้นแก่พี่น้องร่วมสายธารของตน ดังที่ บรรดาอุละมาอฺได้สอนท่าน

 

27.บาปของผู้ออกคำวินิจฉัยโดยปราศจากความรู้

 

บุคคลใดออกฟัตวาแก่ประชาชนโดยปราศจากความรู้และการชี้นำ มลาอิกะฮฺแห่งความเมตตา และการลงโทษจะสาปแช่งเขา และจะต้องแบกรับความผิดของผู้ที่ปฏิบัติตามฟัตวาของเขา

28. นักปราชญ์แห่งนรก

 

บุคคลที่ศึกษาหาความรู้เพื่อจะได้ถูกเรียกขานว่า อุละมาอฺ หรือเพื่อต่อสู้กับความโง่เขลา หรือเพื่อให้ประชาชนสนใจตนเอง ดังนั้น สถานที่พำนักของเขาคือไฟนรก แน่นอนตำแหน่งจะไม่มีความเหมาะสมกับผู้ใดนอกจากเจ้าของตำแหน่ง

 

29. การล้มคว่ำของชาวนรก

 

อิมามได้อธิบายโองการแล้วพวกมันจะถูกโยนทิ่มหัวลงไปในนรก พวกนั้นและพวก หลงผิดทั้งหลาย (26/94) ว่าหมายถึงกลุ่มชนที่สรรเสริญความยุติธรรมด้วยลิ้นของพวกเขา แต่การกระทำนั้นขัดแย้งกัน

 

30.จงอย่างพึ่งคนอื่นนอกจากอัลลอฮฺ

 

จงอย่ายึดเอาผู้ช่วยเหลืออื่นจากอัลลอฮฺ มิฉะนั้นสูเจ้าจะมิใช่ผู้ศรัทธา เพราะทุกสาเหตุ ทุกสื่อ เครือญาติ ผู้ช่วยเหลือทุกคน การรังสรรค์สิ่งใหม่ และทุก ๆ ความคลางแคลงถูกตัดขาดและไม่มีผลใด ๆ ณ อัลลอฮฺ นอกจากสิ่งที่อัล-กุรอานได้กล่าวถึง (อีมานและการกระทำความดี)

 

 

31. สัญลักษณ์าของนักปราชญ์ผู้ยำเกรง

 

แน่นอนนักปราชญ์ที่แท้จริงคือ ผู้ยำเกรงบนโลก ถวิลหาโลกหน้า และยึดมั่นบนแบบฉบับของท่านศาสดา (ซ็อล ฯ)

 

32. การล้อเล่นที่ไม่หยาบคาย

 

แน่นอนอัลลอฮฺผู้ทรงเกรียงไกร ทรงรักบ่าวที่เล่นรื่นเริงในหมู่คณะ แต่ไม่หยาบคาย

 

33. การลงโทษที่รวดเร็วสามประการ

 

บาปสามประการที่ผู้กระทำจะไม่ตายเด็ดขาดจนกว่าจะได้เห็นมันได้แก่ การกดขี่ข่มเหง การตัดสัมพันธ์ทางเครือญาติ และการสาบานที่โกหก

 

34. การตอบสนองของอัลลอฮฺ

 

ไม่มีสิ่งใด ณ อัลลอฮฺผู้ทรงเกรียงไกร ประเสริฐยิ่งไปกว่าการวิงวอนและการขอสิ่งที่อยู่ ณ พระองค์

 

35. อ้อนวอนการดุอาอฺ

 

ขอสาบานต่ออัลลอฮฺว่า ไม่มีบ่าวผู้ศรัทธาคนใดจะอ้อนวอนในการดุอาอฺต่ออัลลอฮฺผู้ทรงเกรียงไกร เว้นเสียแต่ว่าทรงตอบรับดุอาอฺของเขา

 

36. ดุอาอฺยามเช้าตรู่

 

แน่นอนอัลลอฮฺผู้ทรงเกรียงไกร ทรงรักปวงบ่่าวจากบ่าวผู้ศรัทธาทั้งหลายที่ดุอาอฺ ดังนั้น สูเจ้าจงดุอาอฺตั้งแต่ยามรุ่งอรุณจนดวงอาทิตย์ขึ้น เพราะในช่วงนั้นประตูแห่งฟากฟ้าจะเปิดออก ริซกีจะถูกแบ่งสรร และคำวิงวอนจะถูกยกเกียรติให้ยิ่งใหญ่

 

37. ดุอาอฺเพื่อคนอื่น

 

ดุอาอฺที่เป็นความหวังอย่างยิ่งและจะถูกตอบรับเร็วที่สุดได้แก่ ดุอาอฺที่ขอให้กับพี่น้องผู้ศรัทธาอย่างลับ ๆ

 

38.ดวงตาที่ร่ำไห้

 

วันกิยามะฮฺดวงตาทุกดวงจะร่ำ่ไห้ยกเว้นดวงตา 3 ดวง ได้แก่ ดวงตาที่ตื่นบนหนทางของอัลลอฮฺ ดวงตาที่ร่ำไห้เพราะความเกรงกลัวอัลลอฮฺ และดวงตาที่ปิดสนิทบนสิ่งต้องห้ามของอัลลอฮฺ

 

39.ความลุ่มหลงเปรียบเสมือนหนอนไหม

 

บุคคลที่ลุ่มหลงโลก เปรียบเสมือนหนอนไหม เพราะไหมยิ่งพันตัวมากเท่าใดหนทางที่จะออกมาข้างนอกก็ยิ่งไกลขึ้นจนกระทั่งมันได้ตายบนความทุกข์ระทม

 

40. สองหน้าสองลิ้น

 

บ่าวที่ไม่ดีคือ บ่าวที่มีสองหน้าและสองลิ้น เมื่ออยู่ต่อหน้าพีน้องก็แสร้งสรรเสริญเยินยอ แต่เมื่ออยู่ลับหลังก็จะกินเลือดกินเนื้อ ถ้าเป็นคนมีฐานะก็จะแสดงความอิจฉาริษยา ถ้าตกทุกข์ได้ยากก็จะไม่ช่วยเหลือ

 ที่มาเว็บไซต์อิสลามชีอะฮ์

 

แสดงความเห็น